เคล็ดลับสุขภาพดีรับอากาศร้อน สมุนไพรเย็นกันผิวแสบไหม้

พึ่งผ่านสงกรานต์มาสดๆร้อนๆที่ไรเป็นต้องนึกถึง “สมุนไพรไทยป้องกันผิวไหม้แสบร้อน” ทุกทีไป เนื่องจากมีคำเตือนของกรมอุตุวิทยาออกมาบอกว่า ปลายเดือน ก.พ.จนถึงเมษา อากาศบ้านเราจะเริ่มร้อนจัด ดังนั้นภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างการกินและพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น เพื่อดูแลสุขภาพผิวหนังของผู้สูงวัยกำลังกลับมาฮิตอีกครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเทรนด์ของการดูแลสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติเป็นสิ่งที่นอกจากไม่ตกยุคแล้ว ยังเป็นการดูแลผิวพรรณจากของดีที่มีอยู่รอบๆ บ้านเรา ที่สำคัญเป็นสมุนไพรหาได้ไม่ยุ่งยาก และเสี่ยงต่อการแพ้ในผู้สูงวัยค่อนข้างน้อย

พี่เบญ-พท.ป.เบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารข้อมูล ศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทย รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ข้อมูลว่า “หลักของการดูแลอาการผิวหนังแห้ง แดง แสบไหม้ จากแสงแดดที่ร้อนระอุ แนะนำว่าควรใช้ “สมุนไพรฤทธิ์เย็น” ที่นอกจากบรรเทาอาการดังกล่าวแล้ว ยังช่วยทำให้ผิวของผู้สูงวัยชุ่มชื่นอีกด้วย เริ่มจาก “ว่านรางจืด” ที่มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็น ช่วยลดการอักเสบ อีกทั้งป้องกันอาการแสบไหม้ก่อนออกแดด ที่สามารถใช้ได้ในรูปแบบของสเปรย์ว่านรางจืดของ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร นอกจากนี้ยังมี “แตงกวา” ที่มีฤทธิ์เย็นอีกเช่นกัน โดยลูกหลานสามารถนำมาปั่นให้ละเอียด และพอกโดยการชุบสำลีและโปะทิ้งไว้ที่ผิวหนังของผู้สูงวัยหลังจากที่ท่านออกไปทำธุระนอกบ้าน โดยทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที หรือจนกว่าอาการแสบร้อนที่ผิวจะดีขึ้น จากนั้นจึงล้างด้วยน้ำสะอาด

สำหรับสมุนไพรที่ชื่อแปลกอย่าง “ผักเบี้ยใหญ่” และเมื่อลองจับดูที่ใบจะพบว่ามีความเย็นตามธรรมชาติ และมีคุณสรรพคุณต้านการอักเสบได้ดี ซึ่งทางการแพทย์แผนจีนใช้สารสกัดจากสมุนไพรดังกล่าวผสมกับครีมขี้ผึ้งสำหรับเพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงิน แต่ถ้าจะให้ใช้ง่ายที่สุด บ้านไหนที่ปลูกสมุนไพรดังกล่าวสามารถเด็ดมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำมาตำและพอกบริเวณอาการแสบไหม้หลังการออกแดดในช่วงหน้าร้อน โดยทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

นอกจากนี้ สมุนไพรริมรั้วที่ปลูกประดับบ้านอย่าง “ว่านหางจระเข้” ก็มีสรรพคุณต้านการอักเสบและมีฤทธิ์เย็น ที่สำคัญยังอุดมไปด้วยวิตามินอีซึ่งช่วยลดริ้วรอยจากแผลไฟไหม้อีกด้วย วิธีการใช้ให้นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกออก จากนั้นให้ตัดวุ้นใสๆ มาโปะทิ้งไว้ที่ผิวหนังแสบแดงจนกว่าอาการจะดีขึ้น จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ปิดท้ายกันที่ “ใบบัวบก” ซึ่งสามารถนำมาต้มเป็นน้ำใบบัวบก เพื่อดื่มดับความร้อนในร่างกายของผู้สูงอายุ หรือจะเด็ดใบมาตำให้ละเอียดและพอกที่ผิวหนัง ก็ช่วยอาการบวมแดง แสบร้อนจากแสงแดดจ้าช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนได้ค่อนข้างดี